วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

ครั้งที่ 11

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564

 

ความสำคัญและความจาเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

สุวิมล ว่องวาณิช (2552) ได้กล่าวถึงความสำคัญและความจาเป็นของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนไว้ดังต่อไปนี้

1) ให้โอกาสครูในการสร้างองค์ความรู้ ทักษะการวิจัย การประยุกต์ใช้การตระหนักถึงทางเลือกที่เป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงโรงเรียนให้ดีขึ้น

2) เป็นการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงหรือสะท้อนผลการทางาน

3) เป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติโดยตรง เนื่องจากช่วยตนเองด้านวิชาชีพ 

4) ช่วยทำให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่อง และเกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการวิจัยในที่ทำงาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เนื่องจากนำไปสู่การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงการปฏิบัติ และการแก้ปัญหา

5) เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติในการวิจัย ทำให้กระบวนการวิจัยมีความเป็นประชาธิปไตย ทำให้เกิดการยอมรับในความรู้ของผู้ปฏิบัติ

6) ช่วยตรวจสอบวิธีการทางานของครูผู้มีประสิทธิผล

7) ทำให้ครูเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

 

ขั้นตอนการทาวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน

ลักษณะสำคัญของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนต้องมีการดาเนินการเป็นวงจรต่อเนื่อง มีกระบวนการทางานแบบมีส่วนร่วมและเป็นกระบวนการที่เป็นส่วนหนึ่งของการทางานปกติ สำหรับขั้นตอนการวิจัยมีวงจรการทางานที่เป็นวงจรการวิจัยแบบขดลวดตามแนวคิดดั้งเดิมที่เสนอโดย Kemmis (1988) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า

การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนมี 4 ขั้นตอน คือ

(1) การวางแผนหลังจากที่วิเคราะห์และกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องแก้ไข (Plan)

(2) การปฏิบัติตามแผนที่กำหนด (Act)

(3) การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน (Observe)

(4) การสะท้อนผลหลังการปฏิบัติงานให้ผู้ที่มีส่วนร่วมได้วิพากษ์วิจารณ์ (Rflect) ซึ่งนาไปสู่การปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานต่อไป วงจรการวิจัยปฏิบัติการนี้เรียกย่อๆ ว่า วงจร PAOR

 

แผนการวิจัย

1) การวิเคราะห์สภาพปัญหาในห้องเรียน

2) การตั้งคาถามการวิจัย

3) การกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา

4) การกำหนดรูปแบบการวิจัย

5) การออกแบบการวิจัย

6) การเตรียมแผนสู่การปฏิบัติ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น