วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

ครั้งที่ 17

วันที่ 1 มีนาคม 2564


พูด-คุย ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาของการวิจัยของแต่ละคน อาจารย์อธิบายเกี่ยวกับข้อสงสัยหรือวิธีการในการทำวิจัยและช่วยแก้ไขคำเพื่อความถูกต้องและเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังให้นักศึกษาส่งการวิจัยของตนเอง ในบทที่ 1 (แก้ไขครั้งที่ 1)

บทที่ 1

ที่มาและความสำคัญ

การจัดการศึกษาสำหรับเด็กเป็นกระบวนการพัฒนาและสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กให้เป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคม สติปัญญา มีความรู้ความสามารถควบคู่กับ คุณธรรมและจริยธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดังนั้นการที่เด็กจะ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมในหลายๆ ด้าน นอกจากการฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถทั้งในด้านความรู้และทักษะต่างๆ แล้วนั้น การมีบุคลิกภาพ ความคิดเชื่อถือที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม รวมถึงความสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลงไปก็มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาพัฒนาการว่า เด็ก ปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี เป็นระยะที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเด็กมีพัฒนาการ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เป็นไปอย่างรวดเร็ว พัฒนาการด้านต่าง ๆ ในช่วงนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับพัฒนาการในวัยต่อไป และเด็กในวัยนี้จะง่ายต่อการปลูกฝังพฤติกรรม และการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ดังนั้นในการพัฒนาบุคคลให้เป็นพลเมืองดีมีคุณภาพ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องพัฒนาตั้งแต่วัยเด็ก แนวทางหนึ่งคือการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณลักษณะที่เด็กควรได้รับการส่งเสริม เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญ ของการพัฒนาบุคลิกภาพที่จะส่งผลให้เด็กมีความเป็นตัวของตัวเอง กล้าคิด กล้า แสดงออกสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม มีความภาคภูมิใจและแก้ปัญหาด้วย ความรู้สึกที่มั่นคง สุขภาพจิตดี มีความสุข ในการดำรงชีวิต (กรมวิชาการ2537: 1)

จากการสังเกตพฤติกรรมพบว่า เด็กที่มีความเชื่อมั่นจะเป็นคนที่มีลักษณะมั่นคง ไม่ลังเลในการ ตัดสินใจ ไม่วิตกกังวลต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ไม่ฟูมฟายหรือกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ และเมื่อประเมินว่าตัวเองไม่พร้อม ก็กล้าและมั่นใจที่จะขอความ ช่วยเหลือจากผู้อื่น ส่วนเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นจะมีลักษณะที่ตรงกันข้าม ในสถานการณ์ที่ปกติ จะเป็นคนที่ดู น่าคบหา อ่อนน้อม ไม่มีปากมีเสียงกับใคร ดูเป็นคนที่สามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย จะเห็นตัวตนที่แท้จริงของบุคคลนั้น คือ มีอาการท่าทีลังเล กระวนกระวายและวิตก กังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ พร้อมที่จะเป็นผู้ตามมากกว่าที่จะยอมรับ บทบาทของความ เป็นผู้นำที่จะต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจ นอกจากนั้น อาจแสดงการยอมรับผู้อื่นด้วยการให้ผู้อื่นตัดสินใจ แทนและทำตามการตัดสินใจของคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองอาจจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนั้น สิ่งที่ตามมาคือ การหมดความสุขในชีวิต เกิดความทุกข์ในการต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่เห็นด้วย (ธีรภาพ วัฒนวิจารณ์ 2545 : 127 - 128 ) ซึ่งสอดคล้องกับอีริคสัน ( Erikson ) ที่กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็ก ถ้า เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความสุข ก็จะทำให้เด็กมองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่น ในตนเองและเกิดความ ไว้วางใจคนอื่น ( อ้างถึงใน ศุภศี ศรีสุคนธ์, 2539 : 1 : อ้างอิงจาก Erikson. 1975 : 220 - 222 )

ผลกระทบจากการขาดทักษะทางด้านสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของผู้เรียนที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ทำให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่น มีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และแก้ปัญหาต่างๆได้ด้วยตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น พร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น กล้าพูด กล้าแสดงออก มั่นใจในความคิดของตนเอง รู้จักปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ซึ่งสาเหตุของการขาดทักษะทางด้านสังคม เกิดขึ้นได้จากเด็กไม่กล้าแสดงออกทางด้านความคิด ไม่มีความมั่นใจในความคิดของตนเอง  ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออกในการร่วมกิจกรรม และสาเหตุประการสำคัญเกิดจาก เด็กขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

การจัดกิจกรรมร้อง เล่น เต้น นำ หรือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย อย่างอิสระตามเสียง เพลง จังหวะ ทำนอง ฯลฯ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แสดงออกในด้านจินตนาการและความ คิดสร้างสรรค์ การที่จะส่งเสริมความเชื่อมั่นจากการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูจะเปิดโอกาสให้เด็กได้ทากิจกรรมด้วยตนเองอย่างทั่วถึง และพยายามส่งเสริมให้เด็กสามารถรับรู้ศักยภาพแห่งตนจากกิจกรรมนี้ให้มากที่สุด เช่น กิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบผู้นำผู้ตาม เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กออกมาแสดงท่าทางตามจังหวะและเสียงเพลง และให้เพื่อนทำตามท่าทางนั้น กิจกรรมลักษณะนี้เป็นวิธีการที่ช่วยให้เด็กได้มีความกล้าในการที่จะแสดงออกได้เป็นอย่างดี และพัฒนาต่อไปเป็นความเชื่อมั่นในตนเอง หรือการเคลื่อนไหวตามเรื่องราวหรือนิทานที่ครูเล่า จะทำให้เด็กกล้าที่จะแสดงออกถึงท่าทาง สีหน้าตามบทบาทของตัวละครที่ครูเล่าได้ด้วยความมั่นใจ ดังนั้น ในการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ จะได้สังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด และให้โอกาสเด็กที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก มาทำกิจกรรม ให้เป็นผู้นำในการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังได้รับการชื่นชมหรือให้แรงเสริมทางบวก เพื่อให้เด็กรับรู้ความสามารถและพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นผู้วิจัยเห็นว่ากิจกรรมร้อง เล่น เต้น นำ หรือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะจะสามารถพัฒนาเด็กให้มีความกล้าแสดงออกซึ่งเป็นส่วนช่วยในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็กได้

 

 

ปัญหาการวิจัย

กิจกรรมร้องเล่นเต้นนำมีผลต่อความเชื่อมั่นของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่

วัตถุประสงค์การวิจัย

               เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.เด็กปฐมวัย มีความเชื่อมั่นในการทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น

2.เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความเชื่อมั่นของเด็กปฐมวัย

สมมติฐานการวิจัย

เด็กปฐมวัยมีความเชื่อมั่นสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ

ขอบเขตการวิจัย

ขอบเขตการวิจัยประกอบด้วย

ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2

โรงเรียนพญาไท      สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร

ภาคเรียนที่  1      ปีการศึกษา  2564     จำนวน  5  ห้อง

ห้องเรียนละ         30              คน รวมนักเรียนทั้งสิ้น      150   คน

1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2

โรงเรียนพญาไท    สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร

ภาคเรียนที่     1       ปีการศึกษา      2564     จำนวน      ห้อง

ห้องเรียนละ   5    คน รวมนักเรียนทั้งสิ้น  25   คน

ได้มาโดยวิธี  Cluster การสุ่ม ตัวอย่างแบบกลุ่ม

ขอบเขตด้านตัวแปร

ตัวแปรต้น

กิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ

ตัวแปรตาม

ความเชื่อมั่นของเด็กปฐมวัย


7.4      ขอบเขตด้านระยะเวลา

ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยใช้(ระบุแผนการจัดการเรียนรู้)…………………………………..

…………………..สำหรับนักเรียนระดับชั้น……………………..จำนวน……………..แผน

โดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ ......................ปีการศึกษา..........................ระหว่างวันที่.............

เดือน............................พ.ศ. .................ถึงวันที่..................เดือน..........................พ.ศ. .................

ระยะเวลาการทดลอง...............8..............สัปดาห์ สัปดาห์ละ.........3.........คาบ คาบละ..............นาที

รวมทั้งสิ้น........24.............คาบ

นิยามศัพท์เฉพาะ

1.เด็กปฐมวัย หมายถึง  เด็กนักเรียนชาย-หญิงที่มีอายุระหว่าง 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563  โรงเรียนพญาไท                  

2.ความเชื่อมั่นในตนเอง   หมายถึง  การกล้าตัดสินใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความมั่นใจ ทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็ก สามารถทำได้โดยผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี สนับสนุนพฤติกรรมที่ดีของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำสิ่งต่างๆอย่างอิสระตามความต้องการและความสนใจของเด็ก ภายใต้การสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อย่างเหมาะสม

3.กิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ   หมายถึง  กิจกรรมที่จัดให้กับเด็ก ให้เด็กได้แสดงออกเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเรียนเกี่ยวกับภาษา เนื้อหา จังหวะและดนตรีของเพลงที่ร้อง ให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มในการแสดงท่าทางประกอบและยังสามารถทำให้เด็กมีความกล้าที่จะแสดงออกซึ่งอาจจะทำให้เด็กมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น

 

 

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น