ครั้งที่ 19
วันที่ 8 มีนาคม 2564
บทที่ 1 (แก้ไขครั้งที่ 2)
บทที่ 1
ที่มาและความสำคัญ
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กเป็นกระบวนการพัฒนาและสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กให้เป็น
มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคม สติปัญญา
มีความรู้ความสามารถควบคู่กับ คุณธรรมและจริยธรรมในการดำรงชีวิต
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดังนั้นการที่เด็กจะ
สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมในหลายๆ
ด้าน นอกจากการฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถทั้งในด้านความรู้และทักษะต่างๆ แล้วนั้น
การมีบุคลิกภาพ ความคิดเชื่อถือที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
รวมถึงความสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่
เปลี่ยนแปลงไปก็มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาพัฒนาการว่า
เด็ก ปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี เป็นระยะที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเด็กมีพัฒนาการ ทั้งทางร่างกาย
อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เป็นไปอย่างรวดเร็ว พัฒนาการด้านต่าง ๆ
ในช่วงนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับพัฒนาการในวัยต่อไป
และเด็กในวัยนี้จะง่ายต่อการปลูกฝังพฤติกรรม และการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ดังนั้นในการพัฒนาบุคคลให้เป็นพลเมืองดีมีคุณภาพ
จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องพัฒนาตั้งแต่วัยเด็ก
แนวทางหนึ่งคือการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณลักษณะที่เด็กควรได้รับการส่งเสริม
เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญ ของการพัฒนาบุคลิกภาพที่จะส่งผลให้เด็กมีความเป็นตัวของตัวเอง
กล้าคิด กล้า แสดงออกสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
มีความภาคภูมิใจและแก้ปัญหาด้วย ความรู้สึกที่มั่นคง สุขภาพจิตดี มีความสุข
ในการดำรงชีวิต (กรมวิชาการ2537: 1)
จากการสังเกตพฤติกรรมพบว่า
เด็กที่มีความเชื่อมั่นจะเป็นคนที่มีลักษณะมั่นคง ไม่ลังเลในการ ตัดสินใจ
ไม่วิตกกังวลต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
ในขณะเดียวกันก็ไม่ฟูมฟายหรือกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ และเมื่อประเมินว่าตัวเองไม่พร้อม
ก็กล้าและมั่นใจที่จะขอความ ช่วยเหลือจากผู้อื่น ส่วนเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นจะมีลักษณะที่ตรงกันข้าม
ในสถานการณ์ที่ปกติ จะเป็นคนที่ดู น่าคบหา อ่อนน้อม ไม่มีปากมีเสียงกับใคร
ดูเป็นคนที่สามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย จะเห็นตัวตนที่แท้จริงของบุคคลนั้น
คือ มีอาการท่าทีลังเล กระวนกระวายและวิตก กังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ พร้อมที่จะเป็นผู้ตามมากกว่าที่จะยอมรับ บทบาทของความ
เป็นผู้นำที่จะต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจ นอกจากนั้น
อาจแสดงการยอมรับผู้อื่นด้วยการให้ผู้อื่นตัดสินใจ
แทนและทำตามการตัดสินใจของคนอื่น ทั้ง ๆ
ที่ตัวเองอาจจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนั้น สิ่งที่ตามมาคือ
การหมดความสุขในชีวิต เกิดความทุกข์ในการต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่เห็นด้วย (ธีรภาพ วัฒนวิจารณ์ 2545 : 127 - 128 ) ซึ่งสอดคล้องกับอีริคสัน ( Erikson ) ที่กล่าวว่า
สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็ก ถ้า เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความสุข
ก็จะทำให้เด็กมองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่น ในตนเองและเกิดความ ไว้วางใจคนอื่น ( อ้างถึงใน ศุภศี ศรีสุคนธ์, 2539 : 1 : อ้างอิงจาก Erikson. 1975 : 220 - 222 )
ผลกระทบจากการขาดทักษะทางด้านสังคม
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของผู้เรียนที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ทำให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่น
มีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และแก้ปัญหาต่างๆได้ด้วยตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น
พร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น กล้าพูด กล้าแสดงออก มั่นใจในความคิดของตนเอง รู้จักปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม
และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ซึ่งสาเหตุของการขาดทักษะทางด้านสังคม
เกิดขึ้นได้จากเด็กไม่กล้าแสดงออกทางด้านความคิด
ไม่มีความมั่นใจในความคิดของตนเอง
ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออกในการร่วมกิจกรรม และสาเหตุประการสำคัญเกิดจาก เด็กขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
การจัดกิจกรรมร้อง เล่น เต้น นำ หรือ
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย
อย่างอิสระตามเสียง เพลง จังหวะ ทำนอง ฯลฯ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ
แสดงออกในด้านจินตนาการและความ คิดสร้างสรรค์ การที่จะส่งเสริมความเชื่อมั่นจากการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
ครูจะเปิดโอกาสให้เด็กได้ทากิจกรรมด้วยตนเองอย่างทั่วถึง และพยายามส่งเสริมให้เด็กสามารถรับรู้ศักยภาพแห่งตนจากกิจกรรมนี้ให้มากที่สุด
เช่น กิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบผู้นำ – ผู้ตาม เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กออกมาแสดงท่าทางตามจังหวะและเสียงเพลง
และให้เพื่อนทำตามท่าทางนั้น กิจกรรมลักษณะนี้เป็นวิธีการที่ช่วยให้เด็กได้มีความกล้าในการที่จะแสดงออกได้เป็นอย่างดี
และพัฒนาต่อไปเป็นความเชื่อมั่นในตนเอง หรือการเคลื่อนไหวตามเรื่องราวหรือนิทานที่ครูเล่า
จะทำให้เด็กกล้าที่จะแสดงออกถึงท่าทาง สีหน้าตามบทบาทของตัวละครที่ครูเล่าได้ด้วยความมั่นใจ
ดังนั้น ในการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ จะได้สังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด
และให้โอกาสเด็กที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก มาทำกิจกรรม ให้เป็นผู้นำในการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังได้รับการชื่นชมหรือให้แรงเสริมทางบวก
เพื่อให้เด็กรับรู้ความสามารถและพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นผู้วิจัยเห็นว่ากิจกรรมร้อง
เล่น เต้น นำ หรือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะจะสามารถพัฒนาเด็กให้มีความกล้าแสดงออกซึ่งเป็นส่วนช่วยในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็กได้
ปัญหาการวิจัย
กิจกรรมร้องเล่นเต้นนำมีผลต่อความเชื่อมั่นของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อเปรียบเทียบความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.เด็กปฐมวัย มีความเชื่อมั่นในการทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น
2.เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความเชื่อมั่นของเด็กปฐมวัย
สมมติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยมีความเชื่อมั่นสูงขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ
ขอบเขตการวิจัย
ขอบเขตการวิจัยประกอบด้วย
ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2
โรงเรียนพญาไท สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 5 ห้อง
ห้องเรียนละ 30 คน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 150 คน
1.2
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2
โรงเรียนพญาไท สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้อง
ห้องเรียนละ 5
คน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 25
คน
ได้มาโดยวิธี
Cluster การสุ่ม ตัวอย่างแบบกลุ่ม
ขอบเขตด้านตัวแปร
ตัวแปรต้น
กิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ
ตัวแปรตาม
ความเชื่อมั่นของเด็กปฐมวัย
7.4
ขอบเขตด้านระยะเวลา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้(ระบุแผนการจัดการเรียนรู้)…………………………………..
…………………..สำหรับนักเรียนระดับชั้น…………2/5…………..จำนวน……24………..แผน
โดยทำการทดลองในภาคเรียนที่
..........1............ปีการศึกษา.............2563.............ระหว่างวันที่.............
เดือน............................พ.ศ.
.................ถึงวันที่..................เดือน..........................พ.ศ.
.................
ระยะเวลาการทดลอง...............8..............สัปดาห์ สัปดาห์ละ.........3.........คาบ คาบละ..............นาที
รวมทั้งสิ้น........24.............คาบ
นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิงที่มีอายุระหว่าง 4-5
ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่2
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพญาไท
2.ความเชื่อมั่นในตนเอง หมายถึง การกล้าตัดสินใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความมั่นใจ
ทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
การสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็ก สามารถทำได้โดยผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี สนับสนุนพฤติกรรมที่ดีของเด็ก
เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำสิ่งต่างๆอย่างอิสระตามความต้องการและความสนใจของเด็ก ภายใต้การสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อย่างเหมาะสม
3.กิจกรรมร้องเล่นเต้นนำ หมายถึง กิจกรรมที่จัดให้กับเด็ก ให้เด็กได้แสดงออกเพื่อความสนุกสนาน
เพลิดเพลิน และเรียนรู้เกี่ยวกับภาษา เนื้อหา จังหวะและดนตรีของเพลงที่ร้อง ให้เด็กเกิดความเป็นผู้นำในการแสดงท่าทางประกอบและยังสามารถทำให้เด็กมีความกล้าที่จะแสดงออกซึ่งอาจจะทำให้เด็กมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น