ครั้งที่ 10
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564
❤❤❤❤
“งานวิจัยของครูมุ่งแสวงหาคาตอบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงาน เป็นกระบวนการที่ไม่ควรใช้เวลานานหรือยุ่งยากมากจนทาให้งานหลัก (งานสอน)ได้รับผลกระทบ ต้องทาให้เป็นส่วนหนึ่งของงานปกติ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นหลักการที่สอดคล้องกับหลักสัจธรรมของพระพุทธเจ้าอริยสัจสี่ – ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค” ศ.ดร. สุวิมล ว่องวาณิช(2552)
ความเป็นมาของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
สาหรับในประเทศไทยนั้นอุทุมพร จามรมาน (2538 อ้างถึงใน ยุทธพงษ์ อายุสม,2549) ได้กล่าวไว้ว่าประเทศไทยได้เริ่มนาแนวคิดนี้มาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพครู โดยส่งเสริมให้ครูทาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพเชิงวิชาการและความก้าวหน้าในวิชาชีพครู แนวคิดนี้จึงเปลี่ยนจากการที่ครูมุ่งหาข้อมูลอย่างเป็นระบบและนามาแก้ไขปัญหาในห้องจนได้ผลกลายเป็นการมุ่งทารายงานวิจัยเพื่อเข้าใจกันมากนัก ต่อมาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บททางการศึกษาของไทย ได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า การวิจัยเป็นกระบวนการที่ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการทางานของครู การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนจึงได้รับความสนใจและเห็นความสำคัญเพิ่มขึ้นจนถึงปัจจุบัน
ความหมายของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
สุวิมล ว่องวานิช(2552) ได้ให้ความหมายของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนไว้ว่า การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน คือ การวิจัยที่ทาโดยครูสอนในชั้นเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนและนาผลมาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนหรือส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเรียนให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน เป็นการวิจับที่ต้องทาอย่างรวดเร็ว นาผลไปใช้ทันที และสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานต่างๆ ในชีวิตประจาวันของตนเองและกลุ่มเพื่อนร่วมงานในโรงเรียนได้มีโอกาสวิพากษ์อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ใยแนวทางที่ได้ปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทั้งครูและผู้เรียน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น